บทวิเคราะห์ตลาดหุ้นจากสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ประจำปี 2553

สรุปผลแบบสอบถามนักวิเคราะห์ครั้งที่ 5/2552
(24 ธ.ค. 52)


โพลล์นักวิเคราะห์มั่นใจเศรษฐกิจฟื้น แต่กังวลการเมืองและมาบตาพุด หุ้นปี 53 ผันผวน 220 จุด

นักวิเคราะห์ปรับเพิ่มคาดการณ์ตัวเลขสำคัญทางเศรษฐกิจ จากปัจจัยบวกหนุน ทั้งนี้ นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการสมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ เปิดเผยผลสำรวจความเห็นนักวิเคราะห์ครั้งล่าสุดว่า นักวิเคราะห์ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์ดัชนีหุ้นปลายปี 52 เป็นเฉลี่ย 726 จุด จากคาดการณ์เดือนกันยายน 674 จุด และคาดดัชนีหุ้นปลายปี 53 อยู่ที่ 812 จุด โดยประเมินดัชนีสูงสุดในปี 53 ไว้ที่ 845 จุด และต่ำสุดที่625 ซึ่งปัจจัยบวกมาจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของไทย รวมถึงแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและประเทศคู่ค้าของไทย ทำให้นักวิเคราะห์ปรับเพิ่มประมาณการอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจปี 52 เป็นติดลบ 3.2% ฟื้นขึ้นจากติดลบ 3.4% และตัวเลขปี 53 จะเติบโต 3.5% จากที่คาดไว้เดิมโต 3.2%
นอกจากนี้ แนะภาครัฐจับตาปัญหาสำคัญสามเรื่อง ได้แก่ ปัญหาทางการเมือง ปัญหามาบตาพุด และปัญหาเศรษฐกิจ พร้อม เร่งดำเนินการสามด้าน คือ แก้ไขปัญหามาบตาพุด เร่งรัดการเบิกจ่ายและการดำเนินโครงการไทยเข้มแข็ง รวมถึงสร้างความสมานฉันท์ในสังคม
มีสำนักวิจัยจากบริษัทหลักทรัพย์แสดงความเห็นรวม 20 แห่ง
สมมติฐานหลักที่นักวิเคราะห์ใช้ประกอบการทำบทวิเคราะห์ในขณะนี้จนถึงสิ้นปี 2553
• ปัจจัยบวก
1) มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล รวมถึงแผนปฏิบัติการไทยเข้มแข็ง 90% ของผู้ตอบ
2) การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและประเทศคู่ค้าของไทย 85% ของผู้ตอบ
3) อัตราดอกเบี้ยภายในประเทศที่ทรงตัวอยู่ในระดับต่ำ 50% ของผู้ตอบ
4) แนวโน้มผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนปรับตัวดีขึ้น 35% ของผู้ตอบ
• ปัจจัยลบ
1) ปัจจัยทางการเมืองภายในประเทศ รวมถึงเสถียรภาพรัฐบาลและปัญหา 95% ของผู้ตอบ
ความขัดแย้งต่าง ๆ
2) ปัญหาโครงการมาบตาพุด ซึ่งยังมีความไม่ชัดเจนอยู่ 45% ของผู้ตอบ
3) แนวโน้มราคาน้ำมันที่อาจปรับตัวสูงขึ้น 35% ของผู้ตอบ
4) ความเสี่ยงที่อาจมีการถอนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศต่าง ๆ ที่อาจ 30% ของผู้ตอบ
เกิดขึ้นเร็วกว่าที่คาด
5) ปัจจัยอื่น ๆ เช่น ความผันผวนของค่าเงินสหรัฐ อัตราดอกเบี้ยที่มีแนวโน้มสูงขึ้น และวิกฤตการเงินรวมถึงหนี้สินของประเทศในยุโรปและตะวันออกกลาง

ระดับความเชื่อมั่นของนักวิเคราะห์ต่อความมั่นคงทางการเมือง
· มั่นใจปานกลาง 40% ของผู้ตอบ โดยมองว่ารัฐบาลจะสามารถประคับประคองสถานการณ์ และบริหารประเทศต่อไปได้ ถึงแม้จะมีแรงกดดันอยู่
· มั่นใจน้อย 50% ของผู้ตอบ เนื่องจากเห็นว่ายังมีความขัดแย้งและแตกแยกระหว่างพรรคร่วม
รัฐบาล และความคิดเห็นของคนในสังคม รวมถึงมีการชุมนุมของกลุ่มต่าง ๆ
ซึ่งก่อให้เกิดแรงกดดันต่อรัฐบาล ในขณะที่รัฐบาลก็มีปัญหาต่าง ๆ มากขึ้น อาทิ ความสัมพันธ์กับประเทศเพื่อนบ้าน การทุจริตคอร์รัปชั่น เป็นต้น
· ไม่มั่นใจเลย 10% ของผู้ตอบ โดยเห็นว่าประชาชนแบ่งเป็นสองฝ่าย และมุ่งแต่จะเอาชนะกัน โดยไม่
คำนึงถึงผลที่จะตามมา

ปัญหาใดในปี 2553 ที่ภาครัฐต้องจับตาและเตรียมการรองรับมากที่สุด
1. ปัญหาทางการเมือง มีนักวิเคราะห์ตอบร้อยละ 45 ซึ่งรวมถึงความแตกแยกของคนในประเทศ เสถียรภาพของรัฐบาล และความเคลื่อนไหวของกลุ่มต่าง ๆ
2. ปัญหามาบตาพุด มีนักวิเคราะห์ตอบร้อยละ 40
3. ปัญหาเศรษฐกิจทั้งในไทยและต่างประเทศ มีนักวิเคราะห์ตอบร้อยละ 35 ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อภาคส่งออกและภาคท่องเที่ยว รวมทั้งต่อเนื่องถึงภาวะการจ้างงานในไทย

ข้อแนะนำมาตรการใหม่ในปี 2553 ให้รัฐบาลดำเนินการโดยเร็ว เพื่อเป็นประโยชน์ต่อภาวะเศรษฐกิจ สังคม และตลาดทุนไทย
· เร่งแก้ไขปัญหามาบตาพุด ทั้งในระยะสั้นและระยะยาว โดยต้องสร้าง 61% ของผู้ตอบ
ความชัดเจนในแนวทางปฏิบัติ รวมถึงออกกฎหมายหรือกฎเกณฑ์ที่
เกี่ยวข้อง เพื่อเป็นแนวทางสำหรับโครงการอื่น ๆ ต่อไป
· เร่งรัดการเบิกจ่ายและการดำเนินการโครงการไทยเข้มแข็งให้รวดเร็ว 44% ของผู้ตอบ
ขึ้น และมีประสิทธิภาพ มีการตรวจสอบการดำเนินการอย่างใกล้ชิด
เพื่อให้มีความโปร่งใส
· สร้างความสมานฉันท์ในสังคม ประสานผลประโยชน์ ลดความขัดแย้ง 22% ของผู้ตอบ
สร้างเสถียรภาพรัฐบาล

ตัวเลขคาดการณ์ที่สำคัญ สำหรับปี 2552 และ ปี 2553
• ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ หรือ SET Index
- ณ สิ้นปี 2552 ปรับเพิ่มขึ้นจากการสำรวจเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยตัวเลข สิ้นปี 2552 คาดการณ์ล่าสุดอยู่ที่เฉลี่ย 726 จุด จากเดิมคาดไว้ 674 จุด
- ณ สิ้นปี 2553 นักวิเคราะห์ประเมิน SET Index ณ สิ้นปี 2553 ไว้ที่เฉลี่ย 812 จุด เพิ่มขึ้นจาก 764 จุด
- จุดสูงสุด ของ SET Index ในปี 2553 นักวิเคราะห์ประเมินไว้ที่เฉลี่ย 845 จุด
- จุดต่ำสุด ของ SET Index ในปี 2553 นักวิเคราะห์ประเมินไว้ที่เฉลี่ย 625 จุด
• อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจ หรือ GDP Growth
- ของปี 2552 นักวิเคราะห์คาดการณ์อัตราการขยายตัวเฉลี่ยที่ ลบ 3.2% ดีขึ้นเล็กน้อยจากประเมินครั้งที่แล้วที่คาดว่าจะติดลบ 3.4%
- ของปี 2553 นักวิเคราะห์ประเมินว่าในปี 2553 เศรษฐกิจจะมีอัตราการขยายตัวเฉลี่ยที่ 3.5% ซึ่งสูงกว่าคาดการณ์เดิมที่ 3.2%
• ผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน หรือ EPS Growth ทั้งปี 2553 คาดการณ์มีการเติบโต เฉลี่ยที่ 13.3%
• อัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินบาทและดอลลาร์สรอ.
- ณ สิ้นปี 2552 ตัวเลขคาดการณ์เฉลี่ยที่ 33.2 บาทต่อดอลลาร์สรอ.
- ณ สิ้นปี 2553 ตัวเลขคาดการณ์เฉลี่ยที่ 32.7 บาทต่อดอลลาร์สรอ.

• อัตราดอกเบี้ย RP 1 วัน ณ สิ้นปี 2553
- อัตราดอกเบี้ย RP 1 วัน นักวิเคราะห์ประเมินอัตราดอกเบี้ย RP 1 วันสิ้นปี 53 เฉลี่ยที่ 1.8%
- ช่วงเวลาที่คาดว่าจะเริ่มสูงขึ้น
+ ปลายไตรมาส 1 ถึง กลางปี 2553 56 %
+ ครึ่งหลังของปี 2553 38 %
+ ปลายปี 2553 ถึงต้นปี 2554 6 %
• ดัชนีราคาผู้บริโภค หรือ Consumer Price Index (CPI) เฉลี่ยทั้งปี 2553 คาดว่าจะอยู่ที่ 2.8%



• อัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้น (EPS Growth) ของกลุ่มธุรกิจสำคัญ ในปี 2553
- ปี 2553 กลุ่มธุรกิจที่คาดว่าจะมีอัตราการเติบโตของกำไรต่อหุ้นสูงที่สุดสามอันดับแรก คือ
1. กลุ่มโรงแรม คาดว่าจะเติบโตเฉลี่ยที่ 76.76 %
2. กลุ่มปิโตรเคมี เติบโตเป็นอันดับสองที่เฉลี่ย 40.62 %
3. กลุ่มเดินเรือ คาดเติบโตเฉลี่ย 20.39 %




• อัตราผลตอบแทนเงินปันผล (Dividend Yield) ของกลุ่มธุรกิจสำคัญ ในปี 2553
- ปี 2553 นักวิเคราะห์ประเมินอัตราผลตอบแทนเงินปันผลของกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ โดยกลุ่มธุรกิจที่คาดว่าจะมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูงที่สุดสามอันดับแรก คือ
1. กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ประเมินอัตราผลตอบแทนไว้ที่ 6.07 %
2. กลุ่มสื่อสาร คาดไว้ที่ 5.73 %
3. กลุ่มปิโตรเคมี คาดว่าอยู่ที่ 4.45 %


คำแนะนำแก่นักลงทุน
· ใช้ความระมัดระวังในการลงทุน พิจารณาจังหวะในการเข้าและออกจากตลาดอย่างเหมาะสม โดยลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง ผู้บริหารมีความโปร่งใส ธุรกิจเติบโตตามเศรษฐกิจในประเทศและต่างประเทศ ควรติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างใกล้ชิดและครบถ้วน อ่านบทวิเคราะห์ ศึกษาปัจจัยที่มีผลกระทบกับหุ้น มีสติและวินัยในการลงทุน

หุ้นแนะนำ
หุ้นเด่นที่นักวิเคราะห์แนะนำให้ลงทุนตรงกันหลายสำนักวิจัย ได้แก่ ADVANC, BAY, KBANK, PTTEP, QH, SCB, TASCO เป็นต้น (เรียงตามลำดับตัวอักษร)

4/4แหล่งข้อมูล...สมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์ โทร. 02-229-2329, 02-229-2355-6 อีเมล jirawan@saa-thai.org

 Search Amazon.com for stock market

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

วัฒนธรรมอุปถัมภ์-อำนาจนิยม

ความแตกต่างระหว่างความรักของหญิงและชาย

วัฒนธรรมพันทาง(รังสรรค์ ธนะพรพันธ์ สรุปไว้(2536))